ถ้าร้านค้าประกาศราคาก่อน VAT แล้วมีส่วนลดให้ลูกค้า โดยทั่วไปต้องหักส่วนลดจากราคาสินค้าก่อน แล้วค่อยคำนวณ VAT จากยอดหลังหักส่วนลด การสลับลำดับอาจทำให้ยอดภาษีและยอดเรียกเก็บไม่ตรงกัน
บทความนี้เป็นตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้นที่ VAT 7% หากรายการของคุณมีเงื่อนไขพิเศษ ควรตรวจเอกสารและประกาศล่าสุดกับผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากร
ลำดับที่ควรคำนวณ
1. เริ่มจากราคาก่อน VAT
2. คำนวณส่วนลดจากราคาก่อน VAT แล้วหักออก
3. คำนวณ VAT 7% จากยอดหลังหักส่วนลด
4. รวมยอดหลังส่วนลดกับ VAT เป็นยอดที่ลูกค้าต้องจ่าย
ตัวอย่างราคา 1,000 บาท ลด 10%
ส่วนลด = 1,000 × 10% = 100 บาท
ยอดหลังหักส่วนลด = 1,000 − 100 = 900 บาท
VAT = 900 × 7% = 63 บาท
ยอดสุทธิ = 900 + 63 = 963 บาท
ถ้าต้องการลองหลายราคา ใช้ [เครื่องคิดเลขส่วนลด](https://kiddoo.cc/calculator/discount/) และ [เครื่องคิดเลข VAT](https://kiddoo.cc/calculator/vat/) แยกตรวจได้
ทำไมคิด VAT ก่อนแล้วค่อยลดจึงอาจไม่ตรง
หากนำ 1,000 บาทไปบวก VAT ก่อน จะได้ 1,070 บาท แล้วลด 10% เหลือ 963 บาท ซึ่งตัวเลขสุดท้ายเท่ากับตัวอย่างนี้ เพราะส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์เดียวกันบนยอดรวม แต่เอกสารอาจแสดงฐานภาษีและส่วนลดคนละแบบ
จุดสำคัญคือระบุให้ชัดว่าส่วนลดคิดจากฐานใด และให้ยอดในใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี และยอดที่เรียกเก็บใช้ลำดับเดียวกัน
ถ้ามีส่วนลดหลายชั้น ให้คำนวณต่อเนื่อง เช่น ลด 10% แล้วลดอีก 5% ไม่ใช่รวมเป็นลด 15% เสมอไป
คำถามที่พบบ่อย
ส่วนลดควรหักก่อนหรือหลัง VAT?
ในตัวอย่างราคาก่อน VAT ให้หักส่วนลดจากราคาก่อน VAT แล้วคำนวณ VAT จากยอดหลังส่วนลด แต่ต้องยึดเงื่อนไขและรูปแบบเอกสารของรายการจริง
ราคา 1,000 ลด 10% แล้วบวก VAT 7% เหลือเท่าไหร่?
ลดเหลือ 900 บาท, VAT 63 บาท และยอดรวม 963 บาท
ลด 10% แล้วลดอีก 5% รวมเป็น 15% ได้ไหม?
ไม่เสมอไป เพราะส่วนลดชั้นที่สองคิดจากยอดหลังส่วนลดชั้นแรก ต้องคำนวณต่อเนื่องจึงจะได้ยอดที่ถูกต้อง