KIDDOO

บทความ • 2026-05-31

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณยังไง ตั้งแต่หา0บาทจนถึงหลักแสน

คู่มือคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบละเอียด รู้ว่าต้องเสียเท่าไหร่ มีสิทธิ์ลดหย่อนอะไรบ้าง และเงินเดือนเท่าไหร่ถึงเริ่มเสียจริง

คนทำงานในไทยส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าภาษีตัวเองคำนวณออกมายังไง บริษัทหักภาษีไปแล้วก็ปล่อยให้เป็น มีคนจำนวนมากที่เสียภาษีเกินแล้วไม่รู้ตัว

ถ้าคุณรู้วิธีคำนวณเอง คุณจะจัดการเงินได้ดีขึ้น รู้ว่าควรลดหย่อนอะไรบ้าง และยื่นภาษีได้ถูกต้อง

ใครต้องเสียภาษี ใครไม่ต้องเสีย

ตามกฎหมาย คนที่มีรายได้ เกิน 120,000 บาทต่อปี (เฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท) มีหน้าที่ต้องยื่นภาษี

แต่การยื่นภาษีไม่ได้แปลว่าต้องเสียเงิน ถ้าหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว เงินได้สุทธิ ไม่เกิน 150,000 บาท คุณจะได้รับยกเว้นภาษี (เสีย 0 บาท)

เงินเดือน 15,000–20,000 บาทต่อเดือน อาจไม่ต้องเสียภาษีเลย ขึ้นกับค่าลดหย่อนที่มีสิทธิ์

เงินได้สุทธิคืออะไร

เงินได้สุทธิคือตัวเลขที่เอาไปคำนวณภาษีจริงๆ ไม่ใช่เงินเดือนที่คุณได้

สูตร: เงินได้สุทธิ = รายได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน

รายได้ทั้งปี รวมเงินเดือน โบนัส ค่าคอมมิชชั่น รายได้จากฟรีแลนซ์ ทุกอย่างที่เป็นเงินได้

ค่าใช้จ่าย คือค่าใช้จ่ายในการหารายได้ ถ้าเป็นพนักงานเงินเดือน จะได้หัก 50% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

ค่าลดหย่อน มีหลายรายการ เช่น ตัวเองคนละ 60,000 บาท คู่สมรส 60,000 บาท ลูก 30,000 บาทต่อคน ประกันสังคม เบี้ยประกันชีวิต กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น

ระบบภาษีแบบขั้นบันได

ไทยใช้ระบบภาษีแบบขั้นบันได (Progressive Tax) คือยิ่งรายได้สูง เปอร์เซ็นต์ภาษีก็ยิ่งขยับขึ้น

แต่ไม่ได้เอาเงินทั้งหมดไปคูณด้วยเรตสูงสุด แต่จะหักเป็นขั้นๆ ตามตารางนี้:

- 0 ถึง 150,000 บาท: ยกเว้นภาษี (0%)

- 150,001 ถึง 300,000 บาท: เสีย 5%

- 300,001 ถึง 500,000 บาท: เสีย 10%

- 500,001 ถึง 750,000 บาท: เสีย 15%

- 750,001 ถึง 1,000,000 บาท: เสีย 20%

- 1,000,001 ถึง 2,000,000 บาท: เสีย 25%

- 2,000,001 ถึง 5,000,000 บาท: เสีย 30%

- เกิน 5,000,000 บาท: เสีย 35%

ตัวอย่างที่ 1: เงินเดือน 30,000 บาท

สมมติคุณเป็นคนโสด เงินเดือนเดือนละ 30,000 บาท ทำงานครบ 12 เดือน

รายได้ทั้งปี: 30,000 x 12 = 360,000 บาท

หักค่าใช้จ่าย: 360,000 x 50% = 180,000 บาท แต่เกิน 100,000 ดังนั้นหักได้แค่ 100,000 บาท

รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย: 360,000 - 100,000 = 260,000 บาท

หักค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท

หักประกันสังคม: 9,000 บาท (750 บาท x 12 เดือน)

เงินได้สุทธิ: 260,000 - 60,000 - 9,000 = 191,000 บาท

คำนวณภาษี:

- ส่วนแรก 0-150,000 บาท: ยกเว้น (0 บาท)

- ส่วนที่เกิน 150,001-191,000 บาท: 41,000 x 5% = 2,050 บาท

ภาษีที่ต้องเสีย: 2,050 บาท ต่อปี (เฉลี่ยเดือนละ 170 บาท)

ตัวอย่างที่ 2: เงินเดือน 50,000 บาท มีครอบครัว

สมมติคุณแต่งงานแล้ว มีลูก 2 คน คู่สมรสไม่มีรายได้ เงินเดือนเดือนละ 50,000 บาท

รายได้ทั้งปี: 50,000 x 12 = 600,000 บาท

หักค่าใช้จ่าย: 100,000 บาท (เพดานสูงสุด)

รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย: 600,000 - 100,000 = 500,000 บาท

หักค่าลดหย่อน:

- ส่วนตัว: 60,000 บาท

- คู่สมรส: 60,000 บาท

- ลูกคนแรก: 30,000 บาท

- ลูกคนที่สอง: 30,000 บาท

- ประกันสังคม: 9,000 บาท

- รวมค่าลดหย่อน: 189,000 บาท

เงินได้สุทธิ: 500,000 - 189,000 = 311,000 บาท

คำนวณภาษี:

- ส่วน 0-150,000 บาท: ยกเว้น (0 บาท)

- ส่วน 150,001-300,000 บาท: 150,000 x 5% = 7,500 บาท

- ส่วน 300,001-311,000 บาท: 11,000 x 10% = 1,100 บาท

ภาษีที่ต้องเสีย: 8,600 บาท ต่อปี (เฉลี่ยเดือนละ 716 บาท)

ค่าลดหย่อนที่ควรรู้

ค่าลดหย่อนพื้นฐาน:

- ส่วนตัว: 60,000 บาท

- คู่สมรส (ไม่มีรายได้): 60,000 บาท

- บุตร (แต่ละคน): 30,000 บาท

- พ่อแม่ (แต่ละคน): 30,000 บาท (ต้องเกิน 60 ปี และรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี)

ค่าลดหย่อนจากการออม:

- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD): สูงสุด 500,000 บาท

- กองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ (RMF): สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท

- ประกันชีวิต: สูงสุด 100,000 บาท

- ประกันสุขภาพ: สูงสุด 25,000 บาท (ตัวเองและครอบครัว)

- ประกันสังคม: ตามจริง (พนักงานทั่วไปประมาณ 9,000 บาทต่อปี)

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร

บริษัทจะหักภาษีจากเงินเดือนของคุณทุกเดือน (เรียกว่า ภาษีหัก ณ ที่จ่าย) แล้วนำส่งกรมสรรพากรให้

การหักนี้เป็นการประมาณการล่วงหน้า อาจจะมากหรือน้อยกว่าภาษีที่คุณต้องเสียจริง

เมื่อยื่นภาษีประจำปี คุณจะรู้ว่า:

- ถ้าบริษัทหักมากเกิน: คุณจะได้เงินคืน

- ถ้าบริษัทหักน้อยไป: คุณต้องจ่ายเพิ่ม

- ถ้าหักพอดี: ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ไม่ได้เงินคืน

ใบเสร็จภาษีหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จะระบุว่าบริษัทหักภาษีไปเท่าไหร่แล้ว เก็บไว้ใช้ตอนยื่นภาษี

วิธียื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ยื่นภาษีได้ 2 ช่องทาง:

1. ยื่นออนไลน์ผ่าน RDprep (แนะนำ):

- เข้า rdprep.rd.go.th

- ล็อกอินด้วยเลขบัตรประชาชน

- กรอกข้อมูลรายได้ ค่าลดหย่อน ระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติ

- กดยื่นเสร็จ ถ้ามีเงินคืนจะโอนเข้าบัญชีใน 30-60 วัน

2. ยื่นที่สำนักงานสรรพากร:

- เตรียมเอกสาร: บัตรประชาชน หนังสือรับรองเงินเดือน (50 ทวิ) ใบเสร็จค่าลดหย่อนต่างๆ

- ไปยื่นที่สรรพากรเขตพื้นที่ตัวเอง ในช่วง มกราคม - มีนาคม ของปีถัดไป

ระยะเวลายื่น: วันที่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม ของทุกปี (ยื่นสำหรับรายได้ของปีที่แล้ว)

เคล็ดลับลดภาษี

1. ซื้อ RMF, SSF: หักลดหย่อนได้สูง ยิ่งซื้อมากยิ่งลดภาษีได้เยอะ

2. ซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพ: ลดหย่อนได้ 100,000 + 25,000 บาท

3. ถ้ามีพ่อแม่ที่อายุเกิน 60 ปี: ขอลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท

4. บริจาคการกุศล: ลดหย่อนได้ 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย

5. ยื่นภาษีตั้งแต่เดือนมกราคม: ถ้ามีเงินคืน จะได้รับเร็วกว่าคนที่ยื่นปลายเดือนมีนาคม

คำถามที่พบบ่อย

เงินเดือนเท่าไหร่ถึงเริ่มเสียภาษีจริงๆ?

ถ้าคุณเป็นคนโสด ไม่มีค่าลดหย่อนอื่นนอกจากตัวเองและประกันสังคม เงินเดือนประมาณ 26,583 บาทต่อเดือนขึ้นไป จะเริ่มเสียภาษี

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายหายไป ยื่นภาษีได้ไหม?

ได้ครับ ให้ขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ฉบับใหม่จากบริษัทใหม่ หรือเข้าระบบ RDprep บริษัทจะส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรอยู่แล้ว

ฟรีแลนซ์ต้องเสียภาษีไหม?

ต้องครับ ถ้ารายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ขึ้นอยู่กับประเภทรายได้ สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง

ไม่ยื่นภาษีจะโดนปรับไหม?

ถ้ามีหน้าที่ต้องยื่นแต่ไม่ยื่น จะโดนปรับ 200 บาท ถ้ามีภาษีค้างชำระจะโดนปรับเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน และอาจโดนเรียกให้มาชี้แจงได้

ซื้อ LTF ยังลดหย่อนได้ไหม?

ไม่ได้แล้วครับ กองทุน LTF เลิกขายตั้งแต่ปี 2563 ตอนนี้ให้ใช้ RMF หรือ SSF แทน