หลายคนเห็นเงินเดือนในสัญญา 30,000 บาท แต่ได้เงินเข้าบัญชีแค่ 26,000 บาท แล้วสงสัยว่าเงินไปไหน?
คำตอบคือ บริษัทหักประกันสังคม ภาษี และอื่นๆ ไปแล้ว บทความนี้จะอธิบายว่าหักอะไรไปบ้าง
เงินเดือนสุทธิ (Net Salary) คืออะไร
เงินเดือนสุทธิ คือเงินเดือนที่คุณได้รับจริงๆ หลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว
สูตร: เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือน - (ประกันสังคม + ภาษีหัก ณ ที่จ่าย + กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ + อื่นๆ)
เงินเดือน = เงินเดือนตามสัญญา (Gross Salary)
ประกันสังคม ม.33 = 5% ของฐานเงินเดือน (ช่วง 1 ม.ค. 2569–31 ธ.ค. 2571 สูงสุด 875 บาท/เดือน)
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่บริษัทหักให้ล่วงหน้า
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) = ถ้าบริษัทมี (ประมาณ 2-15% ของเงินเดือน)
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือภาษีที่บริษัทหักจากเงินเดือนทุกเดือน แล้วนำส่งกรมสรรพากรให้คุณ
การหักเป็นการประมาณการล่วงหน้า อาจมากหรือน้อยกว่าภาษีจริงที่ต้องเสีย
วิธีคำนวณ:
1. เอาเงินเดือนคูณ 12 เดือน
2. หักค่าใช้จ่าย (50% สูงสุด 100,000 บาท)
3. หักค่าลดหย่อน (ส่วนตัว 60,000 บาท + ประกันสังคมตามที่จ่ายจริง สูงสุด 10,500 บาท/ปีในช่วง 2569–2571 + อื่นๆ)
4. นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามขั้นบันได
5. หารด้วย 12 เดือน = ภาษีหักทุกเดือน
ตัวอย่าง:
เงินเดือน 30,000 บาท/เดือน (คนโสด ไม่มีค่าลดหย่อนอื่น)
- รายได้ทั้งปี: 30,000 x 12 = 360,000 บาท
- หักค่าใช้จ่าย: 100,000 บาท
- หักส่วนตัว: 60,000 บาท
- หักประกันสังคม: 10,500 บาท (กรณีจ่ายเต็มเพดานตลอดปี)
- เงินได้สุทธิ: 360,000 - 100,000 - 60,000 - 10,500 = 189,500 บาท
- ภาษีที่ต้องเสีย: (189,500 - 150,000) x 5% = 1,975 บาท/ปี
- ภาษีหักทุกเดือน: 1,975 ÷ 12 ≈ 165 บาท/เดือน
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
PVD (Provident Fund) คือกองทุนที่บริษัทและพนักงานร่วมกันส่ง เพื่อเก็บไว้เกษียณ
อัตราการส่ง:
- พนักงานส่ง: 2-15% ของเงินเดือน (เลือกเองได้)
- บริษัทส่ง: ตามนโยบายบริษัท (มักจะเท่ากับพนักงาน หรือมากกว่า)
ตัวอย่าง:
เงินเดือน 30,000 บาท ส่ง PVD 5%
- พนักงานส่ง: 30,000 x 5% = 1,500 บาท/เดือน
- บริษัทส่ง: 1,500 บาท/เดือน (สมมติบริษัทส่งเท่ากัน)
- รวมเข้ากองทุน: 3,000 บาท/เดือน
สิทธิประโยชน์:
- ลดหย่อนภาษีได้ (สูงสุด 500,000 บาท/ปี)
- บริษัทส่งให้ฟรี (เหมือนได้เงินเดือนเพิ่ม)
- เงินเติบโตจากผลตอบแทนการลงทุน
ข้อควรระวัง:
- ถ้าลาออกก่อน 5 ปี อาจได้เงินแค่ส่วนที่ตัวเองส่ง ไม่ได้ส่วนที่บริษัทส่ง
- ถ้าทำงานครบ 5 ปีขึ้นไป จะได้เงินทั้งหมด
ตัวอย่าง: เงินเดือน 15,000 บาท
เงินเดือน: 15,000 บาท/เดือน
หักประกันสังคม: 15,000 x 5% = 750 บาท
หักภาษี: 0 บาท (เพราะเงินได้สุทธิไม่ถึง 150,000 บาท/ปี)
หัก PVD: 0 บาท (สมมติไม่ส่ง)
เงินเดือนสุทธิ: 15,000 - 750 = 14,250 บาท
สรุป: ได้เงินเข้าบัญชี 14,250 บาท
ตัวอย่าง: เงินเดือน 30,000 บาท
เงินเดือน: 30,000 บาท/เดือน
หักประกันสังคม: 875 บาท (สูงสุดในช่วง 2569–2571)
หักภาษี: ประมาณ 165 บาท (จากการคำนวณข้างต้น)
หัก PVD: 1,500 บาท (5%)
เงินเดือนสุทธิ: 30,000 - 875 - 165 - 1,500 = 27,460 บาท
สรุป: ได้เงินเข้าบัญชีประมาณ 27,460 บาท
ตัวอย่าง: เงินเดือน 50,000 บาท
เงินเดือน: 50,000 บาท/เดือน
หักประกันสังคม: 875 บาท (สูงสุดในช่วง 2569–2571)
หักภาษี: ประมาณ 1,704 บาท
หัก PVD: 2,500 บาท (5%)
เงินเดือนสุทธิ: 50,000 - 875 - 1,704 - 2,500 = 44,921 บาท
สรุป: ได้เงินเข้าบัญชีประมาณ 44,921 บาท
เคล็ดลับเพิ่มเงินเดือนสุทธิ
1. ส่ง PVD สูงสุด:
ได้ลดหย่อนภาษี + บริษัทส่งให้ฟรี
2. ซื้อประกันชีวิต RMF SSF:
ลดหย่อนภาษีได้มาก ภาษีที่หักจะลดลง เงินเดือนสุทธิจะเพิ่มขึ้น
3. ตรวจสอบภาษีหัก ณ ที่จ่าย:
บางครั้งบริษัทหักมากเกินไป เมื่อยื่นภาษีจะได้เงินคืน
4. เจรจาเงินเดือนตามค่าครองชีพ:
ขอขึ้นเงินเดือน 3-5% ทุกปี เพื่อไม่ให้กำลังซื้อลดลงจากเงินเฟ้อ
คำถามที่พบบ่อย
ฟรีแลนซ์มีเงินเดือนสุทธิไหม?
ไม่มีครับ เพราะฟรีแลนซ์ไม่ได้รับเงินเดือน แต่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งหักภาษี 3% หรือ 5% (ขึ้นอยู่กับประเภทงาน) ไม่หักประกันสังคม
เงินเดือน 20,000 บาท ได้สุทธิเท่าไหร่?
หักประกันสังคม 875 บาท (สูงสุดในช่วง 2569–2571) ไม่หักภาษี (ถ้าคนโสดไม่มีค่าลดหย่อนอื่น) เงินเดือนสุทธิประมาณ 19,125 บาท
ถ้าไม่ส่ง PVD จะได้เงินเดือนสุทธิมากขึ้นไหม?
ได้ครับ แต่ไม่แนะนำ เพราะจะเสียโอกาสได้เงินฟรีจากบริษัท และเสียสิทธิ์ลดหย่อนภาษี
บริษัทหักภาษีมากเกินไปทำยังไง?
เก็บหลักฐานไว้ แล้วยื่นภาษีช่วงมกราคม-มีนาคมของปีถัดไป จะได้เงินคืนภายใน 30-60 วัน
ประกันสังคมหักจากเงินเดือนทั้งหมดไหม?
ไม่ครับ ช่วง 2569–2571 หักจากฐานเงินเดือนสูงสุด 17,500 บาทเท่านั้น ถ้าเงินเดือน 50,000 บาท ก็หักแค่ 875 บาท
ประกันสังคมหักเท่าไหร่
อัตราการหัก: 5% ของฐานเงินเดือน (ช่วง 1 ม.ค. 2569–31 ธ.ค. 2571 สูงสุด 875 บาท/เดือน)
ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ: 1,650–17,500 บาท ในช่วงเวลาดังกล่าว
ตัวอย่าง:
- เงินเดือน 10,000 บาท: หัก 10,000 x 5% = 500 บาท
- เงินเดือน 15,000 บาท: หัก 15,000 x 5% = 750 บาท
- เงินเดือน 30,000 บาท: หักแค่ 875 บาท (ไม่หัก 1,500 บาท)
- เงินเดือน 50,000 บาท: หักแค่ 875 บาท
บริษัทจ่ายเพิ่มอีก 5% (สูงสุด 875 บาท) เข้ากองทุนประกันสังคมด้วย
หมายเหตุ: ตัวเลขนี้อิงช่วง 1 ม.ค. 2569–31 ธ.ค. 2571 ควรตรวจประกาศสำนักงานประกันสังคมล่าสุดก่อนใช้ทำ payroll จริง
สิทธิประโยชน์ที่ได้:
- เจ็บป่วย ค่ารักษาพยาบาล
- ทุพพลภาพ เสียชีวิต
- คลอดบุตร
- ว่างงาน (ถ้าถูกเลิกจ้าง ไม่ใช่ลาออก)
- เบี้ยชราภาพ (เมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป)