บทความ • 2026-05-31
ROAS กับ ROI ต่างกันยังไง ใช้ตัวไหนดูผลแคมเปญ
เจาะลึกความแตกต่างระหว่าง ROAS (Return on Ad Spend) กับ ROI (Return on Investment) พร้อมตัวอย่างว่าควรใช้ตัวไหนในสถานการณ์ไหน
ROAS กับ ROI ฟังดูคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วคนละเรื่อง ใช้ผิดตัวอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาด
บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างให้เข้าใจง่ายๆ พร้อมตัวอย่างว่าควรใช้ตัวไหนเมื่อไหร่
ROAS (Return on Ad Spend) คืออะไร
ROAS คือรายได้ที่กลับมาเทียบกับค่าโฆษณาที่จ่ายไป
สูตร: ROAS = รายได้จากโฆษณา ÷ ค่าโฆษณา
ตัวอย่าง: จ่ายโฆษณา 10,000 บาท ได้รายได้ 50,000 บาท
ROAS = 50,000 ÷ 10,000 = 5 เท่า (หรือ 5:1)
แปลว่า จ่ายโฆษณา 1 บาท ได้รายได้กลับมา 5 บาท
ข้อสังเกต: ROAS วัดแค่ค่าโฆษณาเทียบกับรายได้ ไม่ได้รวมต้นทุนสินค้าหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ROI (Return on Investment) คืออะไร
ROI คือกำไรสุทธิเทียบกับต้นทุนทั้งหมด (รวมค่าโฆษณา ต้นทุนสินค้า ค่าแพ็คเกจ ค่าจัดส่ง ฯลฯ)
สูตร: ROI (%) = [(รายได้ - ต้นทุนทั้งหมด) ÷ ต้นทุนทั้งหมด] x 100
ตัวอย่าง: จ่ายโฆษณา 10,000 บาท ได้รายได้ 50,000 บาท ต้นทุนสินค้า 25,000 บาท
กำไรสุทธิ: 50,000 - 10,000 - 25,000 = 15,000 บาท
ROI = (15,000 ÷ 35,000) x 100 = 42.86%
แปลว่า ลงทุน 35,000 บาท ได้กำไรสุทธิ 42.86%
ข้อสังเกต: ROI วัดกำไรจริงๆ หลังหักต้นทุนทั้งหมด
เปรียบเทียบ ROAS vs ROI
ROAS:
- วัดประสิทธิภาพโฆษณา
- ไม่รวมต้นทุนสินค้า
- เหมาะกับการดูผลแคมเปญโฆษณา
- ค่าที่ดี: 3-5 เท่าขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับ Profit Margin)
ROI:
- วัดกำไรสุทธิรวมทั้งหมด
- รวมต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
- เหมาะกับการตัดสินใจว่าควรลงทุนต่อหรือไม่
- ค่าที่ดี: 20-50% ขึ้นไป
ตัวอย่างเปรียบเทียบ:
- ROAS 5 เท่า: ฟังดูดีมาก!
- แต่ถ้าต้นทุนสินค้าสูง ROI อาจจะติดลบ (ขาดทุน)
ดังนั้น ต้องดูทั้งสองตัวประกอบกัน
เมื่อไหร่ควรใช้ ROAS
1. เปรียบเทียบแคมเปญโฆษณา:
ถ้าคุณยิงหลายแคมเปญ ROAS จะบอกได้ว่าแคมเปญไหนให้รายได้ดีที่สุด
2. วัดประสิทธิภาพโฆษณา:
ROAS บอกว่าโฆษณาคุณแปลงเป็นรายได้ได้ดีแค่ไหน
3. Optimize Budget:
ถ้าแคมเปญไหนมี ROAS สูง ควรเพิ่มงบให้แคมเปญนั้น
4. Real-time Monitoring:
ROAS ดูได้ทันทีจากแพลตฟอร์มโฆษณา (Facebook Ads Manager, Google Ads)
ตัวอย่าง:
- แคมเปญ A: ROAS 4 เท่า
- แคมเปญ B: ROAS 6 เท่า
สรุป: ควรเพิ่มงบให้แคมเปญ B
เมื่อไหร่ควรใช้ ROI
1. ตัดสินใจว่าควรลงทุนต่อหรือไม่:
ROI บอกว่าคุณกำไรจริงๆ เท่าไหร่ หลังหักต้นทุนทั้งหมด
2. เปรียบเทียบช่องทางขาย:
ถ้าคุณขายทั้ง Facebook, Google, Shopee ROI จะบอกได้ว่าช่องไหนกำไรดีที่สุด
3. วางแผนงบประมาณ:
ROI ช่วยให้คุณรู้ว่าควรลงทุนเท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่า
4. Report ให้เจ้าของธุรกิจ:
เจ้าของธุรกิจสนใจกำไรสุทธิ (ROI) มากกว่า ROAS
ตัวอย่าง:
- ROAS 5 เท่า (ดูดี)
- แต่ ROI -10% (ขาดทุน)
สรุป: ต้องหยุดยิงโฆษณาหรือลดต้นทุนสินค้า
คำนวณ ROAS เท่าไหร่ถึงจะคุ้มทุน
สูตร Break-even ROAS = 1 ÷ Profit Margin
Profit Margin = (ราคาขาย - ต้นทุนสินค้า) ÷ ราคาขาย
ตัวอย่าง: ขายสินค้าราคา 1,000 บาท ต้นทุนสินค้า 600 บาท
Profit Margin = (1,000 - 600) ÷ 1,000 = 0.4 (40%)
Break-even ROAS = 1 ÷ 0.4 = 2.5 เท่า
แปลว่า ROAS ต่ำกว่า 2.5 เท่า = ขาดทุน
ถ้าอยากได้กำไร 20% ต้องการ ROAS:
Target ROAS = 1 ÷ (0.4 - 0.2) = 5 เท่า
ตัวอย่างจริง
สถานการณ์: ขายเสื้อผ้าออนไลน์
- ราคาขาย: 1,000 บาท/ตัว
- ต้นทุนสินค้า: 500 บาท/ตัว
- ค่าจัดส่ง: 50 บาท/ตัว
- ค่าแพ็คเกจ: 20 บาท/ตัว
- จ่ายโฆษณา: 10,000 บาท
- ขายได้: 50 ตัว (รายได้ 50,000 บาท)
คำนวณ ROAS:
ROAS = 50,000 ÷ 10,000 = 5 เท่า (ดูดีมาก!)
คำนวณ ROI:
- รายได้: 50,000 บาท
- ต้นทุนสินค้า: 500 x 50 = 25,000 บาท
- ค่าจัดส่ง: 50 x 50 = 2,500 บาท
- ค่าแพ็คเกจ: 20 x 50 = 1,000 บาท
- ค่าโฆษณา: 10,000 บาท
- ต้นทุนรวม: 38,500 บาท
- กำไรสุทธิ: 50,000 - 38,500 = 11,500 บาท
ROI = (11,500 ÷ 38,500) x 100 = 29.87% (กำไรจริง)
เคล็ดลับใช้ ROAS และ ROI
1. ใช้ ROAS สำหรับ Day-to-day Management:
ดู ROAS ทุกวันเพื่อ Optimize แคมเปญโฆษณา
2. ใช้ ROI สำหรับ Strategic Decision:
ดู ROI เพื่อตัดสินใจว่าควรลงทุนต่อหรือไม่
3. ตั้งเป้า ROAS ตาม Profit Margin:
ยิ่ง Profit Margin สูง ROAS ที่ต้องการยิ่งต่ำ
4. อย่าหลงไปกับ ROAS สูง:
ROAS 10 เท่า แต่ ROI ติดลบก็ไม่มีประโยชน์
5. รวมต้นทุนทั้งหมดตอนคำนวณ ROI:
อย่าลืมค่าจัดส่ง ค่าแพ็คเกจ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
คำถามที่พบบ่อย
ROAS 3 เท่า กำไรหรือขาดทุน?
ขึ้นอยู่กับ Profit Margin ครับ ถ้า Profit Margin 40% ROAS 3 เท่าจะกำไร แต่ถ้า Profit Margin 20% ROAS 3 เท่าจะขาดทุน
ROAS ใน Facebook กับ Google นับเหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกันครับ Facebook นับ ROAS จาก Conversion ที่เกิดภายใน 28 วันหลังคลิก ส่วน Google นับภายใน 30 วัน ดังนั้นอาจจะมีความแตกต่างกัน
ROI ติดลบแต่ ROAS สูง เป็นไปได้ไหม?
เป็นไปได้ครับ ถ้า Profit Margin ต่ำมาก หรือมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ สูงเกินไป
ROAS เท่าไหร่ถึงจะดี?
ขึ้นอยู่กับ Profit Margin ครับ ปกติ ROAS 3-5 เท่าถือว่าดี แต่ต้องเช็ก ROI ด้วยว่ากำไรจริงๆ เท่าไหร่
ทำไม ROAS สูงแต่ไม่มีกำไร?
เพราะ ROAS ไม่ได้รวมต้นทุนสินค้า ถ้าต้นทุนสินค้าสูงเกินไป แม้ ROAS จะสูงก็อาจจะขาดทุน ต้องดู ROI ด้วย