KIDDOO

บทความ • 2026-05-31

CTR เท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี มาตรฐานแต่ละแพลตฟอร์ม

CTR (Click Through Rate) คืออะไร และมีค่ามาตรฐาน (Benchmark) เท่าไหร่ในแต่ละแพลตฟอร์ม Google Ads, Facebook Ads, TikTok Ads

CTR หรือ Click Through Rate คืออัตราการคลิกโฆษณา เป็นตัวชี้วัดว่าโฆษณาของคุณดึงดูดความสนใจได้ดีแค่ไหน

แต่คำถามคือ CTR เท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าดี? คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม ประเภทโฆษณา และอุตสาหกรรม

CTR คืออะไร

CTR (Click Through Rate) คืออัตราส่วนระหว่างจำนวนคลิกกับจำนวนครั้งที่โฆษณาแสดง

สูตร: CTR (%) = (จำนวนคลิก ÷ Impressions) x 100

ตัวอย่าง: โฆษณาแสดง 10,000 ครั้ง มีคนคลิก 200 ครั้ง

CTR = (200 ÷ 10,000) x 100 = 2%

ยิ่ง CTR สูง แปลว่าโฆษณาดึงดูดความสนใจได้ดี คนเห็นแล้วอยากคลิก

CTR มาตรฐานของ Facebook Ads

Facebook Feed (โฆษณาในฟีด):

- CTR เฉลี่ย: 0.8-1.5%

- CTR ดี: 1.5-3%

- CTR เทพ: 3% ขึ้นไป

Facebook Stories:

- CTR เฉลี่ย: 0.5-1%

- CTR ดี: 1-2%

Instagram Feed:

- CTR เฉลี่ย: 0.5-1%

- CTR ดี: 1-2%

Instagram Stories:

- CTR เฉลี่ย: 0.3-0.8%

- CTR ดี: 0.8-1.5%

ข้อสังเกต: CTR ของ Facebook/Instagram ต่ำกว่า Google Search เพราะคนมาเล่น Social Media เพื่อดูเพื่อนและคอนเทนต์ ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อของ

CTR มาตรฐานของ TikTok Ads

TikTok In-Feed Ads:

- CTR เฉลี่ย: 1-2%

- CTR ดี: 2-4%

- CTR เทพ: 4% ขึ้นไป

TopView Ads (โฆษณาเต็มจอเมื่อเปิดแอป):

- CTR เฉลี่ย: 10-15% (สูงมากเพราะคนเห็นก่อนเลื่อน)

ข้อสังเกต: CTR ของ TikTok สูงกว่า Facebook เพราะอัลกอริทึมแนะนำคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจมาก และคนดู TikTok มักจะคลิกง่ายกว่า

CTR แตกต่างกันตามอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมที่ต่างกันมี CTR ไม่เท่ากัน:

อุตสาหกรรมที่ CTR สูง (Google Search Ads):

- Dating & Personals: 6-10%

- Travel & Hospitality: 4-6%

- E-commerce: 3-5%

อุตสาหกรรมที่ CTR ปานกลาง:

- Finance & Insurance: 2-4%

- Technology: 2-3%

- Education: 2-3%

อุตสาหกรรมที่ CTR ต่ำ:

- Legal: 1-2%

- B2B: 1-2%

- Industrial Services: 1-2%

เหตุผล: สินค้าที่มีอารมณ์ (เช่น ท่องเที่ยว แฟชั่น) CTR สูงกว่าสินค้าที่ต้องตัดสินใจนาน (เช่น ประกัน กฎหมาย)

ทำไม CTR ถึงสำคัญ

1. ค่าโฆษณาจะถูกลง: Google และ Facebook มี Quality Score ถ้าโฆษณาคุณมี CTR สูง แปลว่าคนชอบโฆษณาคุณ แพลตฟอร์มจะลดค่า CPC (Cost Per Click) ให้

2. Ranking สูงขึ้น: โฆษณาที่มี CTR สูงจะแสดงในตำแหน่งที่ดีกว่า ทำให้ได้ Impressions มากขึ้น

3. บอกได้ว่าโฆษณาดีไหม: ถ้า CTR ต่ำ แปลว่าคนไม่สนใจโฆษณาคุณ ต้องแก้รูป คำโฆษณา หรือเปลี่ยน Targeting

4. แต่ CTR สูงไม่ได้แปลว่ากำไรสูง: CTR สูงแต่ Conversion Rate ต่ำก็ไม่มีประโยชน์ ต้องดูภาพรวม

วิธีเพิ่ม CTR

1. ใช้รูปที่ดึงดูดสายตา: รูปที่มีคนในภาพมี CTR สูงกว่ารูปสินค้าเปล่าๆ

2. เขียนคำโฆษณาที่ตรงปัญหา: อย่าเขียนแค่ว่าสินค้าดี แต่บอกว่าช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

3. ใส่ CTA ชัดเจน: 'ช็อปเลย' 'รับส่วนลด' 'สมัครฟรี' ทำให้คนรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ

4. ใช้ Urgency: 'เหลือ 3 ชิ้นสุดท้าย' 'โปรสิ้นสุดวันนี้' ทำให้คนคลิกเร็วขึ้น

5. A/B Test: ทดสอบหลายเวอร์ชัน ดูว่ารูปไหน คำโฆษณาไหน ได้ CTR สูงที่สุด

6. Targeting ให้แม่น: ยิ่งโฆษณาแสดงให้กลุ่มเป้าหมายที่ตรง CTR ยิ่งสูง

ข้อควรระวัง

CTR สูงไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป!

ถ้าคุณใช้รูปหลอกหรือคำโฆษณาที่เกินจริง คนอาจคลิกเยอะ (CTR สูง) แต่พอเข้าเว็บแล้วไม่ซื้อ (Conversion Rate ต่ำ)

ผลลัพธ์คือ คุณจ่ายเงินโฆษณาเยอะ แต่ไม่มีคนซื้อ ขาดทุน

ดังนั้น ต้องดู CTR ควบคู่กับ Conversion Rate และ ROAS ด้วย

คำถามที่พบบ่อย

CTR ต่ำกว่ามาตรฐานต้องทำยังไง?

ลองเปลี่ยนรูป หรือคำโฆษณา หรือปรับ Targeting ให้แม่นขึ้น ถ้ายังต่ำอยู่ อาจจะต้องเปลี่ยนสินค้าหรือ Offer

CTR สูงแต่ไม่มีคนซื้อทำไม?

เพราะโฆษณาดึงดูดได้ แต่หน้าเว็บหรือราคาไม่โดนใจ ต้องปรับ Landing Page หรือเช็กว่าราคาแพงเกินไปหรือเปล่า

CTR ของโฆษณา Video กับรูปภาพต่างกันไหม?

Video มักจะมี CTR สูงกว่ารูปภาพ 2-3 เท่า เพราะดึงดูดสายตามากกว่า แต่ค่าโฆษณาก็อาจแพงกว่าด้วย

Remarketing CTR สูงกว่าโฆษณาปกติไหม?

ใช่ครับ Remarketing (ยิงซ้ำคนที่เคยเข้าเว็บ) มี CTR สูงกว่าโฆษณาปกติ 2-3 เท่า เพราะคนเหล่านี้สนใจสินค้าอยู่แล้ว

CTR บนมือถือกับคอมพิวเตอร์ต่างกันไหม?

CTR บนมือถือมักจะสูงกว่าคอมพิวเตอร์ เพราะคนใช้มือถือบ่อยกว่า และคลิกผิดได้ง่ายกว่า (นิ้วใหญ่)