Markup และ Margin ต่างก็พูดถึงกำไรเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ใช้ฐานคนละตัว: Markup เทียบกำไรกับต้นทุน ส่วน Margin เทียบกำไรกับราคาขาย จึงแปลงข้ามกันตรง ๆ ด้วยการใช้เปอร์เซ็นต์เดิมไม่ได้
เข้าใจจุดนี้แล้วจะช่วยตั้งราคาได้ตรงเป้า โดยเฉพาะเวลาซัพพลายเออร์พูดว่า ‘บวกกำไร 30%’ แต่เจ้าของร้านต้องการ Margin 30%
สูตรของ Markup และ Margin
Markup (%) = กำไร ÷ ต้นทุน × 100
Margin (%) = กำไร ÷ ราคาขาย × 100
ราคาขาย = ต้นทุน + กำไร ดังนั้นราคาขายจะเป็นฐานที่ใหญ่กว่าต้นทุนเมื่อมีกำไร
Markup 30% เป็น Margin เท่าไหร่
สูตรแปลงคือ Margin = Markup ÷ (1 + Markup) โดยใช้เลขทศนิยม
Markup 30% = 0.30 ÷ 1.30 = 23.08% Margin โดยประมาณ
ตัวอย่างต้นทุน 1,000 บาท บวก Markup 30% จะขาย 1,300 บาท กำไร 300 บาท และ Margin = 300 ÷ 1,300 = 23.08%
ทดลองกรอกตัวเลขใน [เครื่องคิดเลข Margin กับ Markup](https://kiddoo.cc/calculator/margin-vs-markup/)
ถ้าต้องการ Margin 30% ต้องใช้ Markup เท่าไหร่
สูตรย้อนกลับคือ Markup = Margin ÷ (1 − Margin)
Margin 30% = 0.30 ÷ 0.70 = 42.86% Markup โดยประมาณ
ถ้าต้นทุน 1,000 บาท ต้องขายประมาณ 1,428.57 บาท จึงจะมีกำไร 428.57 บาท หรือ 30% ของราคาขาย ก่อนหักค่าใช้จ่ายอื่น
หากมีค่าธรรมเนียม ส่วนลด ค่าส่ง หรือโฆษณา ต้องรวมต้นทุนเหล่านั้นก่อนกำหนดเปอร์เซ็นต์เป้าหมาย
คำถามที่พบบ่อย
Markup 30% เท่ากับ Margin 30% ไหม?
ไม่เท่ากัน Markup 30% เท่ากับ Margin ประมาณ 23.08% เพราะ Markup คิดจากต้นทุน แต่มาร์จิ้นคิดจากราคาขาย
อยากได้ Margin 30% ต้องบวกต้นทุนกี่เปอร์เซ็นต์?
ต้องใช้ Markup ประมาณ 42.86% โดยคำนวณจาก 0.30 ÷ (1 − 0.30)
ควรใช้ Margin หรือ Markup ตั้งราคาขาย?
ใช้ตัวที่ตรงกับวิธีวัดของธุรกิจ หากกำหนดกำไรเป็นสัดส่วนของราคาขายให้ใช้ Margin และอย่าลืมรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดจริงก่อนตั้งเป้า