การตลาด
Cost Per Acquisition และ Customer Acquisition Cost
คำนวณต้นทุนต่อ conversion (CPA) และต้นทุนต่อลูกค้าใหม่ (CAC) จากงบโฆษณา — เหมาะกับ performance marketing
เช็ก CPA / CAC
คำนวณต้นทุนต่อออเดอร์และต้นทุนต่อลูกค้าใหม่จากงบโฆษณา
ใส่งบและยอดออเดอร์ที่ได้
ใช้เมื่อไหร่
CPA = งบ ÷ Conversion ใช้วัดประสิทธิแคมเปญ
CAC มักรวมต้นทุนการได้ลูกค้าใหม่ทั้งหมดในองค์กร
ตัวเลขดีต้องดูคู่กับอัตราคงลูกและมูลค่าตลอดชีพลูกค้า (LTV)
วิธีใช้งาน
- ใส่งบใช้จ่ายรวมของแคมเปญหรือช่วงเวลา
- ใส่จำนวน Conversion
- ใส่ลูกค้าใหม่ถ้าต้องการ CAC แยก
- เปรียบเทียบ CPA กับมูลค่าออเดอร์เฉลี่ย
ตารางสำเร็จรูป: ตัวอย่างต้นทุน CPA
| งบโฆษณา | ออเดอร์ที่ได้ | CPA (ต้นทุนต่อออเดอร์) |
|---|---|---|
| 1,000 | 5 | 200 บาท/ออเดอร์ |
| 5,000 | 20 | 250 บาท/ออเดอร์ |
| 10,000 | 100 | 100 บาท/ออเดอร์ |
| 50,000 | 500 | 100 บาท/ออเดอร์ |
สูตรที่ใช้
CPA = ค่าโฆษณา ÷ ออเดอร์ที่ได้ | CAC = งบโฆษณารวม ÷ ลูกค้าใหม่ ตัวอย่าง
แคมเปญ
จ่าย 50,000 บาท ได้ 200 ออเดอร์ -> CPA 250 บาท
จุดที่คนมักจะพลาด
- นับ Conversion ซ้ำข้ามช่องทาง
- ไม่รวมค่าเอเจนซี่ในงบ CAC
- ใช้ CPA ต่ำแต่มาร์จิ้นติดลบ
เคล็ดลับ
- CPA ควรต่ำกว่ากำไรต่อออเดอร์
- คู่กับ ROAS และ Conversion Rate
- แยกแคมเปญสร้างแบรนด์กับปิดการขาย
คำถามที่พบบ่อย
CPA กับ CAC ต่างกันไหม?
CPA คือต้นทุนต่อหนึ่งออเดอร์ ส่วน CAC จะมองลึกถึงต้นทุนรวมกว่าจะได้ลูกค้าใหม่หนึ่งคน
ดู metric เดียวพอไหม?
ไม่พอ ควรดูหลายตัวร่วมกัน เช่น CPC, CTR, Conversion Rate และ ROAS