การตั้งราคาโดยบวกจากต้นทุนอย่างเดียวอาจทำให้ Margin ต่ำกว่าที่คิด เพราะ Margin วัดกำไรเทียบกับราคาขาย ไม่ใช่เทียบกับต้นทุนแบบ Markup
ถ้าต้องการให้ราคาขายเหลือ Margin เป้าหมาย ให้คิดจากต้นทุนที่รวมค่าใช้จ่ายสำคัญแล้ว และเผื่อส่วนลดหรือค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจริงด้วย
สูตรตั้งราคาจาก Margin
ราคาขาย = ต้นทุน ÷ (1 − Margin เป้าหมาย)
เช่น ต้นทุน 600 บาท และต้องการ Margin 40%: ราคาขาย = 600 ÷ (1 − 0.40) = 1,000 บาท
กำไรคือ 1,000 − 600 = 400 บาท และ 400 ÷ 1,000 = 40% ตามเป้าหมาย
อย่าสับสนกับ Markup
ถ้าใช้ Markup 40% กับต้นทุน 600 บาท จะได้ราคา 840 บาท แต่ Margin จริงคือ 240 ÷ 840 = 28.57% ไม่ใช่ 40%
Markup คิดกำไรเทียบกับต้นทุน ส่วน Margin คิดกำไรเทียบกับราคาขาย จึงต้องเลือกตัวชี้วัดให้ตรงกับเป้าหมายธุรกิจ
อ่านความต่างเพิ่มเติมได้ที่ [Margin กับ Markup ต่างกันยังไง](https://kiddoo.cc/guide/margin-vs-markup/) หรือทดลองใน [เครื่องคิดเลขกำไร](https://kiddoo.cc/calculator/profit-margin/)
ก่อนตั้งราคา ต้องรวมต้นทุนอะไรบ้าง
รวมต้นทุนสินค้า แพ็กเกจ ค่าขนส่งที่ร้านออกให้ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าโฆษณา และส่วนลดที่คาดว่าจะให้ลูกค้า
ถ้าค่าธรรมเนียมคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาขาย สูตรจะซับซ้อนขึ้น ควรใช้เครื่องคำนวณกำไร Marketplace หรือ Shop Counter เพื่อจำลองยอดสุทธิอีกชั้น
ราคาที่ได้จากสูตรเป็นราคาเป้าหมาย ไม่ได้แปลว่าจะขายได้เสมอไป ควรเทียบกับราคาคู่แข่ง คุณค่าของสินค้า และกำลังซื้อของลูกค้า
คำถามที่พบบ่อย
ต้นทุน 600 บาท อยากได้ Margin 40% ควรขายเท่าไหร่?
ใช้ 600 ÷ (1 − 0.40) ได้ราคาขาย 1,000 บาท ก่อนหักค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ยังไม่ได้รวมในต้นทุน
ตั้งราคาโดยบวกต้นทุน 40% เท่ากับ Margin 40% ไหม?
ไม่เท่ากัน การบวกต้นทุน 40% คือ Markup 40% ซึ่งเท่ากับ Margin ประมาณ 28.57% ของราคาขาย
ควรรวมค่าโฆษณาในต้นทุนก่อนตั้งราคาหรือไม่?
ควรรวมถ้าค่าโฆษณาเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอ หรือจำลองเป็นต้นทุนต่อออเดอร์ เพื่อให้ Margin ที่คาดไว้ใกล้กำไรจริงมากขึ้น