การตลาด

เทียบ ROAS กับ ROI การตลาด

ROAS บอกว่าเงินโฆษณาเปลี่ยนเป็นยอดขายได้กี่เท่า ส่วน ROI บอกว่าหลังหักต้นทุนทั้งหมดแล้วยังเหลือกำไรจริงหรือไม่

ใช้เมื่อไหร่

ROAS (Return on Ad Spend) ใช้วัดประสิทธิภาพของโฆษณาโดยตรง โดยเทียบรายได้ที่เกิดจากโฆษณากับงบโฆษณาที่จ่ายไป

ROI (Return on Investment) ใช้วัดผลกำไรที่แท้จริงของการลงทุน โดยหักต้นทุนทุกอย่างแล้ว (ทั้งค่าโฆษณา ต้นทุนสินค้า ค่าส่ง) เพื่อดูว่าเหลือกำไรเข้ากระเป๋าเท่าไหร่

วิธีใช้งาน

  • กรอกตัวเลขสำหรับroas vs roiตามช่องที่กำหนด
  • เช็กผลลัพธ์ที่เปลี่ยนทันทีเมื่อปรับตัวเลข
  • ทดลองเปลี่ยนตัวเลขเพื่อเปรียบเทียบหลายสถานการณ์
  • กดคัดลอกผลเมื่อต้องการนำไปใช้ต่อ

สูตรที่ใช้

ROAS = รายได้ / ค่าโฆษณา | ROI = (กำไร - ต้นทุนรวม) / ต้นทุนรวม

ตัวอย่าง

ยิงแอด 1,000 ได้ยอดขาย 5,000

ROAS = 5 เท่า แต่ ROI ต้องหักต้นทุนสินค้า ค่าส่ง และค่าใช้จ่ายอื่นก่อนถึงจะรู้ว่ากำไรจริงไหม

จุดที่คนมักจะพลาด

  • ตรวจหน่วยให้ตรงกับสูตร roas vs roi
  • อย่าปัดเศษก่อนคำนวณถ้าต้องการความแม่นยำ
  • ถ้าใช้ตัวเลขไปยื่นเอกสาร ให้เช็กซ้ำกับข้อมูลทางการอีกครั้ง

เคล็ดลับ

  • ดูเครื่องมือที่เกี่ยวในหมวดการตลาดเพื่อเทียบผล
  • บันทึกหน้านี้ไว้ใช้ซ้ำเวลาต้องคำนวณบ่อย
  • ถ้าต้องเปรียบเทียบหลายกรณี ให้เปลี่ยนทีละค่าแล้วดูผลต่าง

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม ROAS เป็นบวกแต่ธุรกิจขาดทุนได้?

เพราะ ROAS ไม่ได้หักต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (คิดแค่ค่าโฆษณา) ธุรกิจจึงอาจขาดทุนถ้ายอดขายรวมไม่พอครอบคลุมต้นทุนแฝง

ควรใช้ ROAS หรือ ROI เวลาดูแคมเปญ?

ใช้ ROAS ดูประสิทธิภาพโฆษณารายแคมเปญ และใช้ ROI ดูภาพเงินจริงหลังหักต้นทุนทั้งหมดก่อนตัดสินใจเพิ่มงบ