บทความ • 2026-05-31
BMR กับ TDEE ต่างกันยังไง รู้แล้วลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น
เข้าใจความแตกต่างระหว่าง BMR (อัตราการเผาผลาญพื้นฐาน) กับ TDEE (พลังงานที่ใช้ทั้งวัน) เพื่อวางแผนลดน้ำหนักหรือเพิ่มกล้ามแบบตรงเป้า
หลายคนอยากลดน้ำหนักแต่ไม่รู้ว่าควรกินแคลอรี่เท่าไหร่ ถ้าเข้าใจ BMR กับ TDEE คุณจะวางแผนการกินได้แม่นยำขึ้น
บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่าง BMR กับ TDEE พร้อมวิธีคำนวณและใช้ประโยชน์
BMR (Basal Metabolic Rate) คืออะไร
BMR คือ อัตราการเผาผลาญพื้นฐาน หรือพลังงานที่ร่างกายใช้เพื่อรักษาชีวิต เช่น การหายใจ การทำงานของหัวใจ การสร้างเซลล์ใหม่
คิดง่ายๆ คือ แคลอรี่ที่ร่างกายเผาผลาญเมื่อคุณนอนนิ่งๆ ตลอดทั้งวัน ไม่ได้ลุกไปไหน
BMR คิดเป็น 60-70% ของพลังงานที่ใช้ทั้งวัน
สูตร BMR (Mifflin-St Jeor):
ผู้ชาย: BMR = 10 x น้ำหนัก (กก.) + 6.25 x ส่วนสูง (ซม.) - 5 x อายุ + 5
ผู้หญิง: BMR = 10 x น้ำหนัก (กก.) + 6.25 x ส่วนสูง (ซม.) - 5 x อายุ - 161
ตัวอย่าง: ผู้ชาย น้ำหนัก 70 กก. ส่วนสูง 175 ซม. อายุ 30 ปี
BMR = 10 x 70 + 6.25 x 175 - 5 x 30 + 5 = 1,668 แคลอรี่/วัน
TDEE (Total Daily Energy Expenditure) คืออะไร
TDEE คือ พลังงานทั้งหมดที่ร่างกายใช้ในหนึ่งวัน รวมทั้งการเดิน การออกกำลังกาย การทำงาน ทุกอย่าง
TDEE = BMR x ค่า Activity Level
ค่า Activity Level:
- Sedentary (นั่งทำงาน ไม่ค่อยขยับ): BMR x 1.2
- Lightly Active (เดินเบาๆ หรือออกกำลังกาย 1-3 วัน/สัปดาห์): BMR x 1.375
- Moderately Active (ออกกำลังกาย 3-5 วัน/สัปดาห์): BMR x 1.55
- Very Active (ออกกำลังกายหนัก 6-7 วัน/สัปดาห์): BMR x 1.725
- Extra Active (ออกกำลังกายหนักมาก หรือทำงานใช้แรง): BMR x 1.9
ตัวอย่าง: BMR 1,668 แคลอรี่ Lightly Active
TDEE = 1,668 x 1.375 = 2,293 แคลอรี่/วัน
เปรียบเทียบ BMR vs TDEE
BMR:
- พลังงานที่ร่างกายใช้ตอนนอนนิ่งๆ
- ไม่รวมการเคลื่อนไหว
- ใช้เป็นฐานในการคำนวณ TDEE
TDEE:
- พลังงานที่ร่างกายใช้ทั้งวัน
- รวมการเคลื่อนไหวทั้งหมด
- ใช้วางแผนการกินเพื่อลดหรือเพิ่มน้ำหนัก
ความสัมพันธ์:
TDEE = BMR + พลังงานจากการเคลื่อนไหว
ถ้าคุณกินน้อยกว่า TDEE = ลดน้ำหนัก
ถ้าคุณกินเท่ากับ TDEE = น้ำหนักคงที่
ถ้าคุณกินมากกว่า TDEE = เพิ่มน้ำหนัก
วิธีใช้ TDEE เพื่อลดน้ำหนัก
หลักการ: สร้าง Calorie Deficit (กินแคลอรี่น้อยกว่าที่ร่างกายใช้)
1 กก. ของมันส่วนเกิน = 7,700 แคลอรี่
เป้าหมายลดน้ำหนัก 0.5 กก./สัปดาห์ (แนะนำ):
- ต้องสร้าง Deficit 3,850 แคลอรี่/สัปดาห์
- หรือ 550 แคลอรี่/วัน
ตัวอย่าง: TDEE = 2,293 แคลอรี่/วัน
กินต่อวัน = 2,293 - 550 = 1,743 แคลอรี่/วัน
ข้อควรระวัง:
- อย่ากินน้อยกว่า BMR (ร่างกายจะเข้าโหมดอดอาหาร เผาผลาญช้าลง)
- ลดน้ำหนักที่ดีคือ 0.5-1 กก./สัปดาห์ ไม่ควรลดเร็วเกินไป
วิธีใช้ TDEE เพื่อเพิ่มกล้าม
หลักการ: สร้าง Calorie Surplus (กินแคลอรี่มากกว่าที่ร่างกายใช้)
เป้าหมายเพิ่มกล้าม 0.25-0.5 กก./สัปดาห์:
- ต้องสร้าง Surplus 200-500 แคลอรี่/วัน
ตัวอย่าง: TDEE = 2,293 แคลอรี่/วัน
กินต่อวัน = 2,293 + 300 = 2,593 แคลอรี่/วัน
ข้อควรระวัง:
- ต้องออกกำลังกาย (ยกน้ำหนัก) ด้วย ไม่งั้นจะกลายเป็นไขมันแทนกล้าม
- กินโปรตีนให้เยอะ (1.6-2.2 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว)
ปัจจัยที่ส่งผลต่อ BMR
1. เพศ: ผู้ชาย BMR สูงกว่าผู้หญิง เพราะมีกล้ามเนื้อมากกว่า
2. อายุ: ยิ่งแก่ BMR ยิ่งลดลง (ลดลงประมาณ 2-3% ทุก 10 ปี)
3. น้ำหนัก: ยิ่งหนัก BMR ยิ่งสูง (เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการดูแลมวลที่เพิ่ม)
4. ส่วนสูง: ยิ่งสูง BMR ยิ่งสูง
5. มวลกล้ามเนื้อ: ยิ่งมีกล้ามเนื้อมาก BMR ยิ่งสูง (กล้ามเนื้อเผาผลาญได้มากกว่าไขมัน)
6. ฮอร์โมน: ฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติทำให้ BMR เปลี่ยนแปลง
7. พันธุกรรม: บางคนเผาผลาญเร็ว บางคนช้า
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
1. กินน้อยกว่า BMR:
ร่างกายจะเข้าโหมดอดอาหาร เผาผลาญช้าลง กินน้อยแต่น้ำหนักไม่ลง
2. ประมาณ Activity Level เกิน:
คนส่วนใหญ่ประมาณว่าตัวเอง Active มากเกินไป ทำให้กินมากเกินไป
3. ลืมปรับ TDEE เมื่อน้ำหนักลง:
เมื่อน้ำหนักลง TDEE จะลดลงด้วย ต้องคำนวณใหม่ทุก 5-10 กก.
4. ไม่สนใจคุณภาพอาหาร:
แคลอรี่เท่ากันแต่อาหารคนละแบบ ผลต่างร่างกายต่างกัน ควรเน้นโปรตีน ผัก และคาร์บดี
5. ไม่ออกกำลังกาย:
การลดแคลอรี่อย่างเดียวทำให้น้ำหนักลง แต่ร่างกายจะเผากล้ามเนื้อไปด้วย ต้องออกกำลังกายควบคู่
เครื่องมือช่วยติดตาม
1. แอปนับแคลอรี่: MyFitnessPal, Lose It!, Cronometer
2. Smart Scale: ชั่งน้ำหนักที่วัดมวลกล้ามเนื้อและมันส่วนเกิน
3. Fitness Tracker: Apple Watch, Fitbit, Garmin ช่วยประมาณ TDEE
4. เครื่องคิดเลข TDEE: ใช้เครื่องคำนวณออนไลน์เพื่อหา TDEE ที่แม่นยำ
คำถามที่พบบ่อย
BMR ลดลงเมื่ออายุมากขึ้นทำไม?
เพราะเมื่ออายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อจะลดลง และกระบวนการเผาผลาญจะช้าลง ทำให้ BMR ลดลงประมาณ 2-3% ทุก 10 ปี
ถ้ากินน้อยกว่า BMR จะเกิดอะไรขึ้น?
ร่างกายจะเข้าโหมดอดอาหาร เผาผลาญช้าลง เผากล้ามเนื้อแทนไขมัน และเมื่อกลับมากินปกติ น้ำหนักจะกลับมาเร็วกว่าเดิม (Yo-Yo Effect)
TDEE ควรคำนวณใหม่บ่อยแค่ไหน?
ควรคำนวณใหม่ทุกครั้งที่น้ำหนักเปลี่ยนแปลง 5-10 กก. หรือเมื่อ Activity Level เปลี่ยน
ทำไมน้ำหนักไม่ลงแม้จะกินตาม TDEE - 500?
อาจเป็นเพราะ 1) ประมาณแคลอรี่ผิด 2) ร่างกายกักเก็บน้ำ 3) ต้องรอให้ร่างกายปรับตัว 1-2 สัปดาห์ 4) TDEE คำนวณผิด
Fitness Tracker วัด TDEE แม่นไหม?
ประมาณ 70-80% แม่นยำ แต่ยังดีกว่าประมาณเอาเอง ควรใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงประกอบการคำนวณ