ROAS บอกว่าโฆษณาสร้างรายได้กลับมากี่บาทต่อเงินแอด 1 บาท แต่ไม่ได้หักต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่น จึงใช้ตัดสินว่ากำไรหรือขาดทุนเพียงตัวเดียวไม่ได้
วิธีหาเส้นขั้นต่ำคือดู Gross Margin ของสินค้าหรือธุรกิจ แล้วคำนวณ Break-even ROAS ก่อนค่อยตั้งเป้าแคมเปญ
สูตรหา Break-even ROAS
Break-even ROAS = 100 ÷ Gross Margin (%)
ถ้า Gross Margin 40%: 100 ÷ 40 = 2.5x หมายถึงต้องสร้างรายได้อย่างน้อย 2.50 บาทต่อค่าโฆษณา 1 บาท ก่อนนับค่าใช้จ่ายอื่น
ถ้ามีค่าแพ็ก ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่ม ควรตั้งเป้า ROAS สูงกว่าเส้น 2.5x เพื่อเผื่อกำไรจริง
ตัวอย่าง ROAS 3x อาจกำไรหรือขาดทุน
สมมติใช้ค่าโฆษณา 10,000 บาท สร้างรายได้ 30,000 บาท จึงได้ ROAS 3x
ถ้า Gross Margin 40% กำไรขั้นต้นคือ 12,000 บาท หักค่าแอดแล้วเหลือ 2,000 บาทก่อนค่าใช้จ่ายอื่น จึงยังพอมีส่วนต่าง
ถ้า Gross Margin 20% กำไรขั้นต้นคือ 6,000 บาท หักค่าแอด 10,000 บาทแล้วขาดทุน 4,000 บาท แม้ ROAS จะเป็น 3x เหมือนกัน
ลองใส่ตัวเลขจริงใน [เครื่องคำนวณ ROAS กำไรจริง](https://kiddoo.cc/calculator/roas-profit/) เพื่อดู ROAS, จุดคุ้มทุน, POAS และกำไรสุทธิพร้อมกัน
ตั้งเป้า ROAS ให้ใช้งานได้จริง
เริ่มจากคำนวณ Margin หลังต้นทุนสินค้าก่อน แล้วหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายแปรผันที่เกิดทุกออเดอร์
แยกแคมเปญหาลูกค้าใหม่กับรีมาร์เก็ตติ้ง เพราะต้นทุนและอัตราซื้อซ้ำต่างกัน ไม่ควรใช้ค่าเฉลี่ยเดียวตัดสินทุกแคมเปญ
ติดตามกำไรต่อออเดอร์ควบคู่กับ ROAS ถ้าเพิ่มงบแล้วรายได้โตแต่กำไรต่อออเดอร์ลด แปลว่าอาจกำลังซื้อยอดขายด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ROAS 3x ถือว่าดีไหม?
ยังตอบไม่ได้จนกว่าจะรู้ Margin และค่าใช้จ่ายอื่น ถ้า Margin 40% จะเริ่มมีส่วนต่าง แต่ถ้า Margin 20% อาจขาดทุน
ถ้า Margin 50% ต้องได้ ROAS เท่าไหร่ถึงคุ้มทุน?
Break-even ROAS = 100 ÷ 50 = 2x ก่อนรวมค่าใช้จ่ายอื่น ดังนั้นเป้าจริงควรสูงกว่า 2x ตามต้นทุนที่เหลือ
ควรดู ROAS หรือ ROI?
ใช้ ROAS ดูประสิทธิภาพค่าโฆษณา และใช้ ROI หรือกำไรสุทธิดูภาพรวมหลังหักต้นทุนทั้งหมด ควรดูคู่กัน