หน้านี้ต่างจากหน้าคิดเปอร์เซ็นต์หลักยังไง?
หน้านี้เน้นเทียบยอดเก่ากับยอดใหม่เลย เลยตอบโจทย์งานเช็กโตขึ้นหรือหดลงได้ไวกว่า
รวมคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องคิดเลข สูตรคำนวณ และคำศัพท์ทางการเงิน ธุรกิจ สุขภาพ และอื่นๆ
หน้านี้เน้นเทียบยอดเก่ากับยอดใหม่เลย เลยตอบโจทย์งานเช็กโตขึ้นหรือหดลงได้ไวกว่า
ผลจะติดลบ จะได้รู้ชัดว่ายอดลดลงกี่ %
มาร์จิ้นคิดจากราคาขาย ส่วนมาร์กอัปคิดจากต้นทุน ตัวเลขเลยไม่เท่ากัน
ดูสองค่าคู่กันดีที่สุด มาร์กอัปช่วยตั้งราคา ส่วนมาร์จิ้นช่วยเช็กว่าเหลือกำไรพอไหม
ได้ ค่าเริ่มต้นเป็น 7% และปรับอัตราเองได้ตามที่ต้องใช้
ถ้าคุณมีราคาก่อนภาษีให้ใช้โหมดบวก VAT ถ้ามีแค่ยอดรวมให้ใช้โหมดถอด VAT
ได้ ใส่จำนวนชิ้นแล้วดูรายได้รวมกับกำไรรวมได้เลย
ไม่มีเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกสินค้า ให้ดูต้นทุนจริง คู่แข่ง และกำไรเป้าหมายของร้าน
ได้ ใส่ตามแพลตฟอร์มและเงื่อนไขร้านที่ใช้อยู่จริง
มักเกิดจากค่าธรรมเนียมและส่วนลดสะสมสูงจนกินกำไร
ได้ ถ้าเป็นสินเชื่อแบบผ่อนงวดเท่ากันตามสูตรมาตรฐาน
ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่นของไฟแนนซ์หรือธนาคาร
ใช่ คิดแบบทบต้นรายเดือน
ให้ใส่ยอดออมต่อเดือนตามค่าเฉลี่ยที่ทำได้จริง จะวางแผนได้ใกล้เคียงกว่า
บิลจริงมีรายละเอียดเพิ่ม เช่น อัตราขั้นบันได ค่าบริการรายเดือน และรอบบิล เครื่องนี้เอาไว้กะยอดก่อน
ใส่ 0 ไปก่อนแล้วดูภาพรวมได้เลย ถ้าได้ค่า Ft ล่าสุดค่อยกลับมาใส่ใหม่อีกครั้ง
กรอกยอดเงินได้สุทธิทั้งปีหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว ไม่ใช่เงินเดือนดิบต่อเดือน
ใช้วางแผนได้ แต่ก่อนยื่นจริงควรเช็กกับโปรแกรมของสรรพากรอีกครั้ง เพราะแต่ละคนมีค่าลดหย่อนไม่เท่ากัน
คิด 5% ของฐานเงินเดือน และมีเพดานฐาน 15,000 บาท เลยหักสูงสุดประมาณ 750 บาทต่อเดือน
หน้านี้ทำไว้ให้กะเงินออกจริงเร็ว ๆ ถ้าจะคิดภาษีละเอียดตามขั้นบันได ให้ไปหน้า คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ส่วนใหญ่เริ่มที่ 1.5 เท่า แต่ที่ถูกต้องต้องดูสัญญาจ้างและกฎบริษัทของคุณ
ใช้เช็กคร่าว ๆ ได้ ถ้าจะเอายอดจริงให้เทียบกับสลิปเงินเดือนและกติกา HR
ได้ ปรับอัตราได้
ไม่ใช่ ปรับอัตรา VAT ได้ตามกรณีที่ต้องใช้
ได้ ตามประเภทเงินได้
ใช้วางแผนได้ แต่ก่อนยื่นจริงควรเช็กกับสรรพากรอีกครั้ง
ดอกเบี้ยธรรมดาไม่นำดอกเบี้ยมาคิดต่อ
ดอกทบต้นคิดดอกบนเงินต้นรวมดอกเดิม จึงโตเร็วกว่าเมื่อเวลานานขึ้น
คำนวณต่อราคาเต็มหนึ่งยอด
แปลว่าค่าปลายทางต่ำกว่าค่าฐาน หรือเป็นการลดลงจากค่าเดิม
กำไรขั้นต้นยังไม่หักค่าใช้จ่ายอื่น
ควรดูทั้งสองค่า มาร์จิ้นใช้วัดกำไรต่อยอดขาย มาร์กอัปใช้ตั้งราคาจากต้นทุน
CPM ต่ำแปลว่าค่าแอดถูกลง แต่ก็อย่าลืมดู CTR กับยอดขายประกอบด้วย
ไม่พอ ควรดูหลายตัวร่วมกัน เช่น CPC, CTR, Conversion Rate และ ROAS
CPC คิดต่อคลิก CPM คิดต่อ 1,000 impression
หลายช่องทางอยู่แถว 1-3% ก็พอใช้ได้ แต่ต้องเทียบกับแคมเปญของตัวเองด้วย
ขึ้นกับ margin สินค้า ถ้ากำไรบางต้องตั้งเป้า ROAS สูงกว่าเดิม
เช่น ซื้อ สมัคร หรือกรอกฟอร์ม
ใส่อัตราเฉลี่ยที่ธนาคารเสนอให้ เช่น MRR/MOR หลังหักโปรโมชัน เพื่อใช้กะงวดเบื้องต้น
ใช้วางแผนได้ แต่ยอดจริงขึ้นกับเงื่อนไขธนาคาร ค่าธรรมเนียม และประกันที่แนบมากับสัญญา
เพราะฐานสูงสุดของ ม.33 อยู่ที่ 15,000 บาท แล้วคิด 5% จึงมีเพดานประมาณ 750 บาท
หน้านี้คำนวณแบบ ม.33 เท่านั้น ถ้าจะคิด ม.39 หรือ ม.40 ต้องใช้สูตรอีกแบบ
โบนัสเป็นเงินได้เหมือนเงินเดือน เลยต้องเผื่อภาษีไว้ด้วย
แปลงเป็นจำนวนเดือนก่อน เช่น 50% เงินเดือน เท่ากับ 0.5 เดือน
ขึ้นกับนโยบายบริษัท ต้องเช็กสัญญาค่าตอบแทนก่อนใช้ตัวเลขไปยืนยัน
หน้านี้คิดอัตราเดียว ถ้าเป็นขั้นบันไดควรแยกยอดแต่ละช่วงมาคิดทีละช่วง
ใช้จำนวนวันที่บริษัทจ่ายจริงในรอบนั้น เช่น 26 วัน หรือ 30 วัน ตามรูปแบบงาน
เอาค่าแรงรายวันมาหารด้วยชั่วโมงทำงานที่กรอกไว้
คือผลรวม (เกรดวิชา × หน่วยกิตวิชานั้น) ของทุกวิชาในเทอม
สูตรหลักเหมือนกัน แต่บางสถาบันมีเงื่อนไขปัดเศษต่างกัน
GPA เป็นรายเทอม ส่วน GPAX เป็นค่าเฉลี่ยสะสมทุกเทอม
ได้ แค่ใส่หน่วยกิตที่ประกาศผลแล้วก่อน แล้วค่อยคำนวณใหม่เมื่อผลครบ
ส่วนมาก 18.5-24.9 ยังอยู่ในช่วงปกติ
ไม่ได้ ใช้ติดตามเบื้องต้นเท่านั้น หากผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
เอาไว้กะว่าร่างกายใช้พลังงานตอนพักวันละกี่แคล ยังไม่รวมเดินหรือออกกำลังกาย
เลือกจากชีวิตจริงเลย ถ้านั่งทำงานทั้งวันให้เลือกไม่ค่อยออกกำลังกาย ถ้ามีซ้อมหรือใช้แรงบ่อยค่อยขยับขึ้น
เอาไว้ดูแนวโน้มได้ ไม่ใช่ผลตรวจจากเครื่องมือแพทย์
ตัวเลขนี้เป็นค่าคร่าวๆ ไม่ต้องเป๊ะทุกวันก็ได้
ตอนนี้ให้ใส่ปี ค.ศ. เช่น 1990
ขึ้นกับสูตรของแต่ละหน้า ให้ดูข้อความกำกับผลลัพธ์อีกที
หน้านี้นับระยะระหว่างวันเริ่มกับวันสิ้นสุด
ได้ ถ้าเวลาสิ้นสุดน้อยกว่าเวลาเริ่ม จะนับเป็นข้ามวัน
หน้ากว้างเป็น mm ซีรีส์ยางเป็น % และขอบล้อเป็นนิ้ว
เอาไปเทียบกับยางใหม่ หรือดูต่อว่าไมล์จะเพี้ยนไหม
คนส่วนใหญ่มักยึดช่วงไม่เกินประมาณ ±3% แล้วค่อยไปวัดหน้างานจริงอีกครั้ง
ดู ET หน้ากว้างล้อแม็ก และช่องว่างซุ้มด้วย ไม่ใช่ดูแค่เปอร์เซ็นต์ต่างของยาง
ถ้าเกินราว 3% ไมล์เริ่มเพี้ยนชัด ควรคุยกับช่างและลองวัด GPS อีกที
ส่วนใหญ่ความเร็วจริงจะสูงกว่าเลขบนไมล์เล็กน้อย
ET คือระยะจุดยึดล้อ ยิ่งค่าเปลี่ยน ล้อก็ยื่นหรือหุบต่างจากเดิม
ไม่ได้ ควรวัดหน้างานและเช็กกับช่างก่อนติดตั้งจริง
PCD คือวงรูน็อตล้อ เช่น 4x100 หรือ 5x114.3 ที่ร้านล้อมักถามก่อนขาย
ไม่ได้ เอาไว้กะทิศทางเท่านั้น ก่อนขับจริงควรวัดด้วยเกจ
น้ำหนักรวม ≈ ค่าต่อยาง × 4 (รถ 4 ล้อ)
อาจเสี่ยงยางบิดหรือสึกไม่สม่ำเสมอ
ลดซ้อนใช้ราคาหลังลดครั้งก่อนเป็นฐาน — ไม่ใช่บวก % ส่วนลดเข้าด้วยกัน
เครื่องนี้เน้นกำไรสุทธิและ margin หลังรวมต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ลองใส่หลายตัวเลขแล้วเทียบกัน ยิ่งดาวน์มาก ยอดกู้และดอกเบี้ยมักลด
หน้านี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ประกันภัย ค่าจดทะเบียน หรือโปรเสริมจากไฟแนนซ์
ใช้เป็นตัวกรองได้ แต่ก่อนซื้อควรวัดหน้างานจริง เพราะยางและช่วงล่างแต่ละคันไม่เหมือนกัน
ไม่พอ ต้องดูหน้ากว้างล้อแม็ก ขนาดยาง และช่องว่างซุ้มล้อร่วมด้วย
ใช้ค่าสากล (นิ้ว 25.4 mm, ปอนด์ 453.592 g)
อาจต่างเล็กน้อยจากการปัดเศษหรือจำนวนทศนิยมที่แสดง
CPA คือต้นทุนต่อหนึ่งออเดอร์ ส่วน CAC จะมองลึกถึงต้นทุนรวมกว่าจะได้ลูกค้าใหม่หนึ่งคน
ได้ ใส่ดอกเบี้ย 0% แล้วดูจากเงินออมล้วน ๆ
ต่างชัดเจน ลองเปลี่ยนยอดออมแล้วดูจำนวนเดือนที่ลดลงได้เลย
แปลว่าของแพงขึ้นเฉลี่ยราว 3% ต่อปี เงินเท่าเดิมจะซื้อของได้น้อยลง
ใช้ตั้งเป้าเงินออมระยะยาว เช่น ค่าเรียนลูก เงินเกษียณ หรือเงินดาวน์บ้าน
แนะนำให้หยุดเช็กก่อน แล้วปรึกษาร้านยางหรือช่างช่วงล่างก่อนเปลี่ยนจริง
ไม่ได้ กราฟช่วยเทียบภาพรวม แต่ของจริงต้องดูช่องว่างซุ้มและการเลี้ยวร่วมด้วย
เครื่องนี้ทำครั้งเดียว ไม่ใช่ลดหลายชั้น
ควรรวมทั้งหมดที่เกิดจากการขายจริง เพื่อไม่ให้ตั้งราคาต่ำเกิน
คิดแยกล็อตแล้วเทียบต้นทุนเฉลี่ย จะเห็นจุดที่ควรลดต้นทุนได้ชัด
ใช้ตั้งงบได้ดี แต่ก่อนปิดดีลควรเช็กเรตจริงจากผู้ให้บริการอีกครั้ง
หน้านี้มีช่องอัตราต่อกิโลเมตรไว้เผื่อค่าเชื้อเพลิงแล้ว
มันคือการเอา กว้าง×ยาว×สูง มาคำนวณเป็นน้ำหนัก เพื่อเทียบกับน้ำหนักชั่งจริง
ใส่เรทต่อกก. ในช่องราคา แล้วคูณค่าส่งให้เลย
ห้องทั่วไปใช้ประมาณ 700-900 BTU/ตร.ม. ถ้าแดดแรงต้องบวกเพิ่ม
สูงไปเกินจำเป็นจะกินไฟและตัดรอบถี่ ควรเลือกให้พอดีกับการใช้งาน
บิลจริงอาจมีค่าบริการคงที่และภาษีเพิ่มจากค่าน้ำล้วน
1 หน่วยน้ำเท่ากับ 1 ลูกบาศก์เมตร (m3)
ใช้ค่าจริงที่จ่ายประจำ เช่น ค่าน้ำมันเฉลี่ยต่อกม. ของรถคันนั้น
ได้ ใส่เพิ่มในช่องค่าอื่นเพื่อเห็นต้นทุนต่อทริปใกล้ความจริงขึ้น
ใช้ค่า กม./ลิตรที่วัดจากการวิ่งจริงในเมือง จะใกล้เคียงกว่าเลขโฆษณา
ยังไม่รวม ใช้หน้า ค่าเดินทาง ถ้าต้องการรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ใช้สูตร ตารางวา = ตร.ม. ÷ 4
ได้ แล้วเผื่อเศษวัสดุเพิ่มอีก 5-10% ก่อนสั่งซื้อ
งานหน้างานจริงมักเผื่อ 5-10% กันเศษและสูญเสีย
ไม่เท่ากัน ต้องดูชนิดงาน เช่น เทพื้น ฉาบผนัง หรือก่ออิฐ
ควรเผื่อ 5-10% สำหรับงานตัด มุม และความเสียหาย
ไม่เท่ากัน ต้องใช้อัตราที่ตรงกับชนิดอิฐจริง
ทา 2 รอบสีจะเนียนกว่า แต่ถ้าผนังเก่าหรือสีเดิมเข้มอาจต้องเพิ่ม
หน้างานจริงมีผิวดูดซึมต่างกันและมีจุดซ่อม ควรเผื่ออย่างน้อย 5-10%
งานทั่วไปมักเผื่อ 5-15% ตามความเสี่ยงและการเปลี่ยนแบบหน้างาน
หน้านี้รวมเฉพาะค่าวัสดุ ถ้าจะรวมค่าแรงให้บวกเพิ่มเอง
มาจากกฎ 4% ที่คนนิยมใช้เป็นกรอบวางแผน FIRE
ใช้ค่าอนุรักษ์นิยม เช่น 4-7% แล้วทดสอบหลายกรณี
ควรคิดเสมอ และเผื่อค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม
เป็น baseline ก่อน แล้วค่อยปรับตามแผนลงทุนจริง
ใช้ดูการเติบโตยอดขาย ธุรกิจ หรือพอร์ตลงทุนแบบรายปี
CAGR เป็นอัตราเฉลี่ยต่อปี ไม่ใช่ % เพิ่มรวมทั้งช่วง
ควรใช้ราคาที่รับเงินจริงหลังหักภาษีและค่าธรรมเนียม
ใช้ได้ถ้าคิดเป็นค่าเฉลี่ยต่อหน่วยอย่างระมัดระวัง
ใช้วางแผนได้ แต่ภาษีจริงต้องยึดหลักเกณฑ์บัญชีและภาษีของกิจการ
ถ้าไม่แน่ใจเริ่มที่ 0 เพื่อดูกรณีสูงสุดก่อน
ขึ้นกับคู่เงินและประเภทบัญชี ควรเช็กสเปกโบรกเกอร์ก่อน
ใช้คุม risk plan ก่อนเทรดจริง ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
หน้านี้คำนวณ commission เพียว ๆ ถ้ามี fee อื่นให้บวกเพิ่มเอง
ใช้ได้ถ้ารู้เรทค่าคอมของตลาดหรือแพลตฟอร์มนั้น
ใช้ปรับราคา วางงบ และคาดต้นทุนในปีถัดไป
หน้านี้วัดเปอร์เซ็นต์จาก CPI โดยตรง ส่วนเครื่องคำนวณเงินเฟ้อใช้คาดมูลค่าเงิน
หน้านี้ยังไม่รวมค่าคอม ใช้คู่กับหน้า Commission ได้
ใช่ ถ้าราคาขายต่ำกว่าราคาซื้อ ผลจะติดลบ
หน้านี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม ให้หักเพิ่มเองเพื่อความแม่นยำ
หน้านี้สำหรับ spot พื้นฐาน ไม่รวม leverage และ funding
ไม่แม่นทุกคน ใช้เป็นแนวทางเท่านั้น โดยเฉพาะคนรอบเดือนไม่สม่ำเสมอ
ไม่ควรใช้วิธีนี้อย่างเดียว ถ้ากังวลเรื่องคุมกำเนิดควรคุยกับแพทย์
ไม่ได้ เป็นแค่ค่าประมาณ ต้องติดตามกับแพทย์ตามนัดจริง
ใช้ได้ แต่วันอาจเลื่อนได้มากกว่าคนที่รอบสม่ำเสมอ
การคลาด 1-3 วันพบได้ แต่ถ้าคลาดมากควรปรึกษาแพทย์
ใช้ได้ ควรบันทึกหลายรอบเพื่อดูแนวโน้มจริง
ค่าที่ได้คูณ 100 จะได้ค่าเป็นเปอร์เซ็นต์
ไม่ได้ ถ้าเกินแปลว่าข้อมูลที่กรอกไม่ถูกต้อง
ไม่ได้ ค่าเฉลี่ยและ median วัดคนละแบบ
ไม่ได้ เพราะหารด้วยศูนย์ไม่ได้
เริ่มจากค่าป้ายก่อน แล้วเผื่อกระชากช่วงเริ่มเดินเครื่อง
ควรคิดแยกวงจร แล้วค่อยรวมภาพรวมท้ายสุด
ใช้คัดกรองได้ แต่ควรให้ช่างไฟตรวจตามมาตรฐานงานจริงก่อนติดตั้ง
ควรเผื่อเพื่อความปลอดภัยและการขยายโหลดในอนาคต
ปกติเผื่อ 10-20% เพราะมีรายการย่อยเพิ่มหน้างานเสมอ
แล้วแต่ครอบครัว จะรวมในช่องค่าอื่นก็ได้
ขึ้นกับสเปกวัสดุและผู้รับเหมา เริ่มจากช่วงกลางตลาดก่อนแล้วค่อยปรับ
ยังไม่รวม ถ้าจะรวมให้บวกเพิ่มในงบเผื่อ
ค่าประกันเป็น one-time ถ้าจะเฉลี่ยรายเดือนให้หารจำนวนเดือนสัญญาแล้วบวกเพิ่ม
ใส่ค่าเฉลี่ย 3 เดือนล่าสุด จะได้ตัวเลขที่ใช้งานได้จริงกว่า
ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากการขายสินค้าหรือให้บริการในประเทศไทย อัตราปัจจุบันคือ 7%
เพื่อให้ทราบราคาที่แท้จริงของสินค้าหรือบริการก่อนบวกภาษี ซึ่งต้องใช้ในการลงบัญชีหรือออกใบกำกับภาษี
โดยทั่วไปทางบัญชีจะแสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง
เพราะ BMI ไม่ได้แยกกล้ามเนื้อกับไขมัน ถ้ามวลกล้ามเนื้อน้อยแต่มีไขมันสะสมที่พุง BMI อาจจะดูปกติ เรียกว่าภาวะ Skinny Fat
เพราะ Margin คิดจากราคาขาย (ฐานกว้างกว่า) ส่วน Markup คิดจากต้นทุน ถ้าขายแพงกว่าทุนหลายเท่า Markup จะทะลุ 100% ได้
เพราะ ROAS ไม่ได้หักต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (คิดแค่ค่าโฆษณา) ธุรกิจจึงอาจขาดทุนถ้ายอดขายรวมไม่พอครอบคลุมต้นทุนแฝง
เพราะยิ่งจำนวนหน่วยกิตสะสม (GPAX เดิม) มีเยอะ เกรดในเทอมใหม่ (GPA) จะมีผลน้ำหนักในการดึงค่าเฉลี่ยขึ้นได้น้อยลง
CAGR (ผลตอบแทนทบต้น) สะท้อนการเติบโตที่แท้จริงได้ดีกว่า เพราะคิดจากจุดเริ่มต้นถึงจุดสิ้นสุด ขณะที่ Average Return อาจถูกหลอกด้วยความผันผวนระหว่างทาง
เพราะเป็นภาษีคนละประเภทกัน VAT เป็นภาษีการบริโภคที่คุณต้องนำส่งสรรพากร ส่วนหัก ณ ที่จ่ายคือการจ่ายภาษีเงินได้ล่วงหน้าของคุณเอง
แปลว่าการลงทุนครั้งนี้ขาดทุนครับ รายรับที่ได้กลับมาน้อยกว่าต้นทุนที่ลงไป
ไม่ได้ครับ เพราะ Margin คิดจากราคาขาย (ราคาขายคือ 100%) ต่อให้คุณได้ของมาฟรีๆ (ต้นทุน 0) Margin สูงสุดก็จะอยู่ที่ 100% เท่านั้น
ได้สบายมากครับ ถ้ารับของมา 100 บาท แต่ขาย 300 บาท แปลว่ากำไร 200 บาท คิดเป็น Markup ถึง 200%
ปกติแล้วควรเป็นบวก (มากกว่า 0%) ยิ่งสูงยิ่งดี แต่มาตรฐานจะขึ้นอยู่กับประเภทของอุตสาหกรรมและการลงทุน
ต้องเพิ่ม Conversion Rate ของเว็บหรือเซลส์เพจ (ทำให้คนคลิกแล้วตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น) หรือปรับโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
กฎเหล็กของธุรกิจ (โดยเฉพาะ SaaS หรือ Subscription) คือ LTV (มูลค่าตลอดชีพของลูกค้า) ควรจะสูงกว่า CAC อย่างน้อย 3 เท่า
ได้ครับ เรียกว่า ภาวะเงินฝืด (Deflation) ซึ่งแปลว่าข้าวของถูกลง แต่มักจะตามมาด้วยเศรษฐกิจที่ซบเซาและคนไม่ยอมใช้จ่าย
เพื่อตั้งเป้ายอดขายขั้นต่ำในแต่ละเดือน และใช้ตัดสินใจว่าจะลดราคาหรือจัดโปรโมชั่นได้ไหมโดยไม่เข้าเนื้อ
ทำให้รถดูสวยขึ้นและฐานล้อกว้างขึ้น แต่ถ้าล้นเกินไปอาจจะขูดซุ้มล้อ และทำให้ลูกปืนล้อทำงานหนักขึ้น เสื่อมสภาพเร็วขึ้น
ไม่แนะนำเด็ดขาดครับ เพราะโครงสร้างยางจะทนน้ำหนักรถไม่ไหว เสี่ยงยางบวมหรือระเบิดเวลาตกหลุมหรือบรรทุกหนัก
ไม่มีข้อเสียด้านความปลอดภัยครับ แต่ยางที่รองรับความเร็วสูงๆ มักจะมีโครงสร้างที่แข็งกว่าและราคาแพงกว่า อาจจะทำให้การขับขี่กระด้างขึ้นเล็กน้อย
GPA ดูแค่เทอมเดียว ส่วน GPAX ดูผลรวมของทุกเทอมที่เคยเรียนมาทั้งหมด
ไม่ได้เด็ดขาดครับ! เพราะแต่ละเทอมลงหน่วยกิตไม่เท่ากัน ต้องเอาผลรวม (เกรด x หน่วยกิต) ของทุกเทอมมาบวกกันก่อน แล้วค่อยหารด้วยหน่วยกิตรวมทั้งหมด
ไม่เหมาะครับ เพราะคนเล่นกล้ามจะมีน้ำหนักกล้ามเนื้อเยอะ ทำให้ค่า BMI ออกมาสูงและถูกจัดให้อยู่ในเกณฑ์ 'อ้วน' ทั้งที่จริงๆ หุ่นฟิตมาก แนะนำให้ดู Body Fat แทน
BMR คือพลังงานพื้นฐานตอนนอนเฉยๆ ส่วน TDEE คือ BMR ที่บวกการขยับตัวและออกกำลังกายประจำวันเข้าไปแล้ว (เป็นพลังงานทั้งหมดที่ใช้จริง)
ไม่เท่ากันครับ โดยธรรมชาติผู้หญิงจะสะสมไขมันได้มากกว่าและจำเป็นต่อระบบฮอร์โมน ผู้ชายที่หุ่นฟิตอาจมี Body Fat 10-15% ส่วนผู้หญิงที่หุ่นฟิตจะอยู่ที่ 18-22%
เอาตั้งต้นคูณด้วย 7% เช่น ของราคา 1,000 บาท VAT 7% จะเท่ากับ 70 บาท รวมเป็น 1,070 บาท
ราคารวม VAT คือราคาที่บวก 7% เข้าไปแล้ว (จ่ายตามป้ายจบ) ส่วนราคาไม่รวม VAT คือราคาที่ต้องไปบวก 7% เพิ่มตอนจ่ายเงิน
ได้ ถ้ามูลค่าสุดท้ายน้อยกว่ามูลค่าเริ่มต้น แปลว่าตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา การลงทุนนั้นขาดทุนเฉลี่ยปีละกี่เปอร์เซ็นต์
ROI (Return on Investment) บอกผลตอบแทนรวมทั้งหมดแบบไม่สนระยะเวลา แต่ CAGR บอกผลตอบแทนเฉลี่ย 'ต่อปี' ทำให้เทียบการลงทุนที่ใช้เวลาต่างกันได้
สูตรคือ (รายได้ที่เกิดจากโฆษณา ÷ ค่าโฆษณา) ตัวอย่าง: ได้ยอดขาย 10,000 จากค่าแอด 2,000 = ROAS 5 เท่า
ROAS ใช้วัดประสิทธิภาพคนยิงแอดว่าหาเงินเก่งไหม แต่ ROI ใช้วัดภาพรวมธุรกิจว่าแคมเปญนี้หักลบกลบหนี้แล้ว 'เหลือกำไร' จริงไหม
ไม่ได้ครับ รูน็อตจะไม่ตรงกัน ถ้าจะฝืนใส่ต้องทำอแดปเตอร์แปลง ซึ่งช่างส่วนใหญ่ไม่ค่อยแนะนำถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
ดูในคู่มือรถ หรือค้นหาในอินเทอร์เน็ตโดยพิมพ์ 'สเปกล้อ รุ่นรถ ปีรถ' ก็จะเจอข้อมูลทันที
การศึกษาดั้งเดิม (Trinity Study) ได้คำนึงถึงช่วงที่เงินเฟ้อสูงไว้แล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่แนะนำให้ลดอัตราถอนลงเหลือ 3.5% เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น
ไม่ได้ครับ เพราะกฎ 4% ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าเงินลงทุนของคุณสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวได้ (ราว 7% ต่อปี) ถ้าเก็บในธนาคารที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อ พอร์ตจะลดลงจนเงินหมดอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนโฆษณาถูกบล็อก
KIDDOO ใช้รายได้จากโฆษณาเพื่อให้เครื่องคิดเลขใช้ฟรี ถ้าเปิด AdBlock อยู่ ช่วยปิดชั่วคราวหรือเพิ่ม kiddoo.cc ใน whitelist แล้วรีเฟรชหน้านี้ ขอบคุณที่สนับสนุนนะครับ